ความสัมพันธ์ของดนตรีไทยกับเพื่อนบ้าน

ๅๅๅๅๅๅดนตรีเป็นภาษาสากลที่มนุษย์ทุกคนในโลกฟังแล้วมีความเข้าใจ  มีความรู้สึกร่วมกันได้  สามารถบอกได้ว่าให้อารมณ์สนุกสนาน  ร่าเริง  เศร้าโศก  หรือเสียใจ  เป็นสื่อความหมายให้เข้าใจกันระหว่างชนในชาติหรือชาติอื่นๆ โดยอย่างยิ่งชนชาติเอเชีย  ซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนบ้าน  ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีงามทางศิลปวัฒนธรรม  ประเพณี  วรรณกรรม  การละเล่นและค่านิยม

ความสัมพันธ์ทางศิลปวัฒนธรรม

11111111ศิลปะ  เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความประณีตงดงามตามธรรมชาตืและมีภูมิปัญญาความรู้และทักษะเป็นปัจจัยช่วยเสริม

วัฒนธรรม  คือ  วิถีชีวิตของกลุ่มชนซึ่งแสดงออกคล้ายหรือเหมือนกัน  ร่วมกันสร้างระเบียบกฎเกณฑ์  วิธีในการปฏิบัติตามความเชื่อและค่านิยมในทางเดียวกัน

ดังนั้นศิลปวัฒนธรรม   จึงหมายถึงสิ่งที่ดีงามของมนุษย์ในสังคมนั้น  การนำเอาศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชาติไปเผยแพร่ซึ่งกันและกันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดี  เช่น  การนำดนตรีและนาฏศิลป์ไทยซึ่งเป็นศิลปะประจำชาติไปแสดงในต่างประเทศ  และได้รับความสนใจจากต่างชาติเป็นอย่างมาก  เท่ากับว่าดนตรีไทย  เป็นสื่อนำความสัมพันธ์ไปสู่ชาติอื่นให้รู้จักศิลปวัฒนธรรมของไทย  เช่น

  1. ประเทศกัมพูชา  ในสมัยรัชกาลที่  7  ได้ขอครุไทยไปสอนในราชสำนัก  ซึ่งไทยได้ส่งหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร  ศิลปบรรเลง)  ไปทำการสอน  จึงเกิดความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีไทยกับดนตรีเขมรขึ้นหลายประการ  เช่น  เกิดเพลงสำเนียงเขมร  โดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะได้ประพันธ์ขึ้นหลายเพลง  เช่น  เพลงนกเขาขะแมร์  เพลงขะแมร์ทม  เป็นต้น
  1. ประเทศลาว สำหรับประเทศลาวได้ส่งครูดนตรีมาเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์  กรมศิลปากร  และได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความสัมพันธ์ในเรื่องของดนตรีหลายอย่าง  เพลงสำเนียงลาวที่คนไทยแต่งขึ้นมาเพื่อเลียนสำเนียงลาว  เช่น  เพลงลาวแพน   เพลงลาวดวงเดือน  เป็นต้น
  2. ประเทศพม่าและมอญ มอญมีความสัมพันธ์กับดนตรีไทยเป็นอย่างมาก   เช่น ในสมัยอยุธยา   สมัยพระมหาธรรมราชาและสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  สมัยรัชกาลที่  2  แห่งกรุงรัตโกสินทร์  ชาวมอญได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในไทย  และได้นำเอาเครื่องดนตรีมอญเข้ามาด้วย  โดยเครื่องดนตรีและเพลงมอญเป็นที่นิยมของคนไทย  เช่น  ในงานศพนิยมใช้ปี่พาทย์มอญบรรเลงประกอบ  สำหรับวงปี่พาทย์ที่เกิดขึ้นในไทยนั้นเป็นการผสมระหว่างเครื่องดนตรีมอญกับเครื่องดนตรีไทย  เครื่องดนตรีมอญที่นำมาประสมคือ  ปี่มอญ  ฆ้องวงใหญ่  ตะโพนมอญและเปิงมาง   ส่วนเครื่องดนตรีไทยที่ประสม  ได้แก่  ระนาดเอก ระนาดทุ้ม  และฆ้องวงเล็ก  เพลงที่บรรเลงมีทั้งเพลงมอญแท้ ๆ และที่ครูดนตรีไทยแต่งขึ้นเพื่อใช้ในพิธีต่าง ๆ เช่น  เชิญเจ้าเชิญผีประจำบ้าน  ประจำวัด  ยกศพ  ประชุมเพลง  เป็นต้น

ๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅวงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่

11.jpg
Picture21111111พม่ามีพื้นที่ติดต่อกับไทยเป็นแนวยาวทางภาคตะวันตก เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาก เพราะประกอบไปด้วยวัฒนธรรมพม่า มอญ กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ รวมทั้งกลุ่มวัฒนธรรมของชนชาติอื่นๆ ด้วยวัฒนธรรมดนตรีของพม่ามีทั้งดนตรีแบบแผนที่เป็นของราชสำนักดนตรีของราษฎร และดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ บทบาทของดนตรีจะถูกนำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพื่อความรื่นเริงบันเทิง เฉลิมฉลอง ตลอดจนใช้ประกอบการแสดงด้วย วงดนตรีที่สำคัญ คือ “วงซายวาย”
111111ซายวาย มีความหมายได้สองนัย นัยหนึ่งหมายถึง เปิงมางคอกและอีกนัยหนึ่งหมายถึง วงปี่พาทย์ที่มีเปิงมางคอกเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเอกและอาจเรียกวงปี่พาทย์ชนิดนี้ว่า ปัตซาย ส่วนตัวเปิงมางคอกนั้น จะเรียกว่า ปัตวายซายวายเป็นวงดนตรีประจำชาติของพม่า ที่ใช้ในงานพิธีและงานบันเทิง มีเล่นทั้งในงานหลวง งานวัด และงานราษฎร์ปัจจุบันพม่ายังคงมีความนิยมนำวงซายวายมาเล่นในงานพิธีต่างๆ เช่น งานบวช งานเจาะหู งานทรงเจ้า งานรับปริญญาและงานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เสียงดนตรีที่บรรเลงจากวงซายวายนั้นมีลีลาเคร่งขรึม แต่นุ่มนวลให้ทั้งอารมณ์สนุกสนาน เร้าใจ และโศกสลด ซายวายจึงนับเป็นวงดนตรีที่เล่นได้หลายรสและถือเป็นเอกลักษณ์ทางคีตศิลป์อย่างหนึ่งของพม่า  วงซายวายเป็นวงดนตรีพื้นเมืองวงใหญ่สุดของพม่า เครื่องดนตรีสำหรับวงซายวาย มี ๑๒ ชิ้นเป็นอย่างน้อยมีทั้งเครื่องหนัง  เครื่องโลหะ และเครื่องไม้ เป็นวงดนตรีที่มีเฉพาะเครื่องตีและเครื่องเป่า ไม่มีเครื่องสีเครื่องดนตรีทั้ง ๑๒ ชิ้นในวงซายวาย   ได้แก่ เปิงมางคอก กลองใหญ่ กลองสั้น ตะโพนกลองชุดหกใบ ฆ้องวง ฆ้องแผง ฉิ่ง ฉาบ เกราะ กรับไม้ไผ่ และปี่แน

570610-aec10.jpgที่มา: http://www.thaigoodview.com/

  1. ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ไทยและจีนมีการติดต่อคบค้าสมาคมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  การดนตรีย่อมมีความใกล้ชิดกันมาโดยตลอด  ดังนั้นจึงมีการแต่งเพลงไทยสำเนียงจีนขึ้นโดยคนไทย  เช่น  โป๊ยกังเหลง  ฮ่อแห่  จีนขิมเล็ก  เป็นต้น

11.jpg
12.jpg

11111111เสียงดนตรีของจีนคิดขึ้นมาอย่างมีระบบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ สอดคล้องกับธรรมชาติและปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เสียงดนตรีของจีนเกิดขึ้นมาจากเสียงพื้นฐานเพียง 1 เสียง เรียกว่า huang chung เกิดจากการเป่าลมผ่านท่อไม้ไผ่ 1 ฟอน (ใบ) เสียงอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น มาจากการตัดไม้ไผ่ด้วยความยาวต่าง ๆ กัน โดยใช้ระบบการวัดที่มีอัตราส่วนแน่นอนเหมือนกับสูตรทางคณิตศาสตร์ จากเสียงพื้นฐานเพียง 1 เสียง จะนำไปสร้างให้เกิดเสียงต่าง ๆ อีกจนครบ 12 เสียง หรือ 12 ใบ นักวิชาการทางดนตรีเชื่อว่า เสียงทั้ง 12 เสียงของจีนที่เกิดขึ้นมานั้น มีความเกี่ยวพันกับราศี 12 ราศี เดือน 12 เดือน ชั่วโมงของเวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งการแบ่งเพศชายและหญิงด้วย ระบบเสียง 5 เสียง ที่พบในดนตรีจีนถือสารเลือกเสียง 12 เสียงที่เกิดขึ้น นำไปจัดรูปแบบใหม่ให้เป็นบันไดเสียงที่ต้องการเพื่อนำไปใช้สร้างเพลงต่าง ๆ ต่อไป

เครื่องดนตรีจีน   

11111ชาวจีนแบ่งประเภทของเครื่องดนตรีตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องดนตรีนั้น ๆ แบ่งออกเป็น 8 พวก ดังนี้  1. ไม้ (Mu)  2. หนัง (Ko) 3. ไม้ไผ่ (Chu)  4. โลหะ (Kin)  5. น้ำเต้า (Po)  6. หิน (Che)  7. ดิน (tu) 8. เส้นไหม (hien)

111111เครื่องดนตรีจำพวกโลหะ ได้แก่ ระฆัง และฆ้องชนิดต่าง ๆ   เครื่องดนตรีจำพวกหิน ได้แก่ ระฆังราว เครื่องดนตรีจำพวกเส้นไหม ได้แก่ Ch’in เป็นเครื่องดนตรีที่มีสาย 7 สายใช้มือดีด Ch’in เป็นเครื่องดนตรีชั้นสูง ใช้เฉพาะพวกขุนนาง และผู้มีการศึกษาสูง สามารถเพิ่มได้ทั้งแบบเดี่ยวและคลอประกอบการขับร้อง เครื่องดนตรีจำพวกไม้ไผ่ ได้แก่ ขลุ่ยชนิดต่าง ๆ ปี่แพนไพท์ (Panpine)  เครื่องดนตรีเป็นก้อนจำพวกดิน ได้แก่ เครื่องเป่าเสียงเหมือนขลุ่ยที่สร้างมาจากดินเหนียว ขนาดพอดีกับฝ่ามือ ภายในเจาะให้เป็นโพรง เจาะรูปิด-เปิด ด้วยนิ้วมือเพื่อให้เกิดระดับเสียงดนตรี  เครื่องดนตรีพวกน้ำเต้า ได้แก่ Sheng เป็นเครื่องดนตรีสำคัญในวงดนตรีจีน Sheng ประกอบด้วย ท่อไม้ 7 ท่อ ติดตั้งอยู่ในผลน้ำเต้าแห้ง ซึ่งจะใช้เป็นที่พักลม แต่ละท่อจะมีลิ้นฝังอยู่ พร้อมทั้งเจาะรูปิด-เปิดแต่ละท่อด้วย เวลาเล่นจะต้องเป่าลมผ่านผลน้ำเต้าแล้วให้ลมเปลี่ยนทิศทางด้วยท่อทั้ง 7 ท่อ เสียงของ Sheng จะคล้ายเสียงออร์แกนลมของดนตรีตะวันตก

1 (1) พิณพระจันทร์ (Ruan)
ๅๅๅๅๅเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายดีด ชื่อภาษาจีนเรียกว่า หยวน ในสมัยโบราณมีชื่อว่า ผีผา ต่อมาพิณพระจันทร์ได้มีชื่อเรียกที่ชัดเจนขึ้นและรูปร่างแตกต่างจากผีผาอย่างชัดเจน ตามรูป รูปร่างปัจจุบันมี 3 แบบ คือ ต้าหยวน จงหยวนและเซี่ยวหยวน ตามลักษณะขนาดจากใหญ่ กลางและเล็ก ความโดดเด่นของเครื่องดนตรีชิ้นนี้คือได้รับฉายาว่า กีต้าร์จีน ซึ่งเสียงจะคล้ายๆกีต้าร์โปร่ง มีความสามารถในการบรรเลงเดี่ยวและเป็นเสียงผสานในวงดนตรีจีนอีกด้วย
2.jpg

 

 

 

เอ้อหู หรือ ซออู้ (Erhu)
ๅๅๅๅๅเป็นเครื่องดนตรีจีนประเภทสีที่มีชื่อเสียง เริ่มมีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง(คริสต์ศตวรรษที่7-คริสต์ศตวรรษที่10) เวลานั้นเอ้อหูเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมเล่นในหมู่ชนชาติส่วนน้อยที่พำนักอยู่ในเขตพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในประวัติวิวัฒนการนานกว่า 1,000 ปีนั้น ซอสองสายเป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบในวงงิ้วโดยตลอด ซอสองสายมีโครงสร้างง่ายมาก มีคันซอที่ทำด้วยไม้ด้ามเล็กๆ ยาวประมาณ 80 ซม. บนคันซอมีสายซอ 2 สาย ใต้คันมีกระบอกเสียงของซอรูปร่างแบบถ้วยน้ำชา นอกจากนี้ ยังมีคันซักซอที่ทำด้วยหางม้า เวลาบรรเลง ผู้บรรเลงจะใช้ท่านั่ง มือซ้ายถือตัวซอ มือขวาถือคันซักซอ ระดับเสียงของซอสองสายจะกว้างถึง 3 ช่อง เสียงของซอสองสายสามารถแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกได้เต็มเปี่ยม ซอสองสายมีเสียงคล้ายเสียงคน จึงเป็นเครื่องดนตรีที่มีลักษณะเหมือน การร้องเพลง บางคนขนานนามว่าเป็น“ไวโอลินจีน” เนื่องจากเสียงซอมีความเศร้าในตัว จึงมักเอามาบรรเลงเพลงที่เน้นอารมณ์ซาบซึ้ง
ๅๅๅๅๅๅหลังปี ค.ศ. 1949 การผลิต ปรับปรุงและเทคนิคการบรรเลงซอ ได้รับการพัฒนาอย่างมาก ซอสองสายสามารถบรรเลงเดี่ยว และยังสามารถบรรเลงประกอบเพลงระบำ งิ้วและเพลงปกิณกะ ในวงดนตรีประเภทปี่และซอของจีน ซอสองสายเป็นเครื่องดนตรีหลัก เท่ากับเครื่องไวโอลินในวงดนตรีตะวันตก เนื่องจากวิธีการผลิตซอสองสายง่าย เรียนเป็นเร็วและฝึกง่าย ทั้งมีเสียงใสไพเราะ จึงได้รับความนิยมชมชอบจากชาวจีนทั่วไป
3.png กู่เจิง (Gu – Zhing หรือ Guzheng)
ๅๅๅๅๅเป็นเครื่องสายดีดโบราณของจีนซึ่งมีประวัติยาวนานประมาณ 2500 ปี โดยเริ่มแรกจากสมัยจ้านกั๋ว เป็นเครื่องดนตรีเมืองฉิน(ปัจจุบันคือเมืองสั่นซี) ชื่อกู่เจิงมาจากเสียงของเครื่องดนตรีที่เวลาดีดจะมีเสียง “zheng zheng” ในสมัยก่อนเรียกว่า เจิ้น คำว่ากู่หมายถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและสะท้อนวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนโบราณ เมื่อ 2500 ปีก่อน ทำจากไม้และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องถึงสมัยฮั่นเป็น 12 สาย สมัยถานและซ้งเป็น 13 สาย สมัยชิงเป็น 16สายจนถึง ค.ศ. 1960 ได้พัฒนาเป็น 18 21 23 และ 26 แต่ส่วนมากปัจจุบันนิยมใช้ 21
4.jpg ขิมหยาง (Yangqin หรือ Yang Ch’in)  หรือ “ขิมฝรั่ง”
ๅๅๅๅๅเป็นเครื่องดนตรีประเภทตีชนิดหนึ่งของจีน มีเสียงบรรเลงที่ชัดและเพราะ สามารถแสดงได้หลากหลายทั้งบรรเลงเดี่ยว บรรเลงพร้อมกัน หรือบรรเลงประกอบการร้องเพลงหรือการแสดงงิ้วเป็นต้น มีบทบาทสำคัญมากในการบรรเลงดนตรีพื้นเมืองและในวงดนตรีชนชาติ
5.jpg ขลุ่ย
ๅๅๅๅ
ป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าที่ได้รับความนิยมในจีน เนื่องจากทำด้วยไม้ไผ่ธรรมชาติ จึงได้ชื่อว่า“ขลุ่ยไม้ไผ่” แม้ว่าขลุ่ยมีขนาดเล็กและง่ายๆ แต่มีประวัติยาวนานถึงเจ็ดพันปี ประมาณสี่พันห้าร้อยกว่าปีก่อน ขลุ่ยเริ่มทำด้วยไม้ไผ่แทนกระดูก สมัยฮั่นอู่ตี้เมื่อปลายศตวรรษที่หนึ่งก่อนคริสกาล ขลุ่ยชื่อว่า“เหิงชุย(แปลว่าเป่าตามขวาง)” มีบทบาทสำคัญมากในเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าสมัยนั้น นับตั้งแต่ศตวรรษที่เจ็ดเป็นต้นมา ขลุ่ยมีการปรับปรุงอย่างมาก ได้เพิ่มรูเยื่อ ทำให้การแสดงออกของขลุ่ยได้รับการพัฒนาอย่างมาก ฝีมือการเป่าขลุ่ยก็พัฒนาไปถึงระดับที่สูงมาก จนถึงศตวรรษที่สิบ พร้อมๆกับบกกวีซ่งและกลองงิ้วสมัยหยวน ขลุ่ยได้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญในการบรรเลงประกอบเสียงในงิ้วพื้นเมืองและวงงิ้วชนชาติส่วนน้อยต่างๆ ขลุ่ยก็เป็นเครื่องดนตรีที่ขาดไม่ได้
6.jpg พิณหลิว (Liuqin)
ๅๅๅๅๅเป็นเครื่องดนตรีประเภทพิณชนิดหนึ่ง เนื่องจากทำด้วยไม้หลิว และมีสัณฐานคล้าย ๆ กับใบหลิว จึงได้รับชื่อเรียกว่า พิณหลิวหรือ”พิณใบหลิว” สัณฐานและโครงสร้างของพิณหลิวเหมือนกับพิณโบราณของจีนมาก แรกเริ่มเดิมที พิณหลิวมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน และมีรูปร่างเรียบง่ายแบบพื้นเมือง ชาวบ้านจีนจึงเรียกว่า” ถู่ผีผา” แปลว่า ”พิณชาวบ้าน” พิณชาวบ้านชนิดนี้ใช้แพร่หลายในแถบมณฑลซานตง อันฮุยและเจียงซู เป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบละครงิ้วท้องถิ่น วิธีการบรรเลงพิณหลิวก็เหมือนกับการบรรเลงพิณผีผา ผู้บรรเลงต้องนั่งตัวตรง เอาพิณหลิววางเฉียงที่หน้าอก มือซ้ายถือคันพิณ ใช้นิ้วแม่มือและนิ้วชี้ของมือขวาจับเครื่องดีดดีดสายพิณ กิริยาท่าทางสุภาพงดงามน่าดู
7.jpg ผีผา (Pipa)
ๅๅๅๅเป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด ที่มีความเป็นมายาวนานมาก เป็นตัวแทนของเครื่องสายดีดทุกประเภท ซึ่งได้สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันยาวนานของจีน ลักษณะของผีผามีการพัฒนามาโดยตลอด  ในสมัยโบราณลักษณะของพิณพระจันทร์ หลิ่วฉิน เยี่ยฉินและ พิณสามสายทั้งหมดถูเรียกว่า ผีผา หลังจากที่มีการพัฒนามากขึ้นก็ได้มีการกำหนดชื่อของแต่ละรูปร่างของผีผาอย่างชัดเจน ซึ่งผีผาที่เห็นในรูปนี้ก็คือ ผีผา ในปัจจุบัน  ส่วนหลิ่วฉินและพิณพระจันทร์ได้ถูกเรียกตามชื่อของแต่ละเครื่องแตกต่างกันไป  ผีผาได้รับการพัฒนาต่อมาให้สามารถเล่นเสียงที่มีระยะห่างครึ่งเสียงเท่ากับช่วงเสียงแบบโครมาติกของดนตรีสากลได้  ผีผามีความโดดเด่นในการบรรเลงเพลงเดี่ยว เป็นเครื่องดนตรีสำคัญที่ขาดไม่ได้ในวงดนตรีจีนในปัจจุบัน  เป็นเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลก
8.jpg แคนจีน
ๅๅๅๅๅในภาษาจีนเรียกว่า หลูเซิน เป็นเครื่องดนตรีของเผ่าเหมียวจู๋ในจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในมณฑลกวางสี เป็นเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยโบราณทำด้วยหวายและถูกพัฒนามาเป็นไม้ไผ่ มีรูปร่างหลายอย่าง รูปร่างมาตรฐานที่ใช้บรรเลงในวงดนตรีจีนปัจจุบันมีลักษณะดังรูป มักถูกใช้ในการบรรเลงในเทศกาลต่างๆของเผ่าเหมียวจู๋ เมื่อก่อนมีตั้งแต่ 5 เสียง 10 เสียง ปัจจุบันมี 16 เสียงถึงมากกว่า20 เสียง ตามแต่ขนาดใหญ่ เล็ก และสามารถแบ่งประเภทของแคนได้ตามลักษณะของเสียงทุ้มและเสียงสูง ส่วนในภาพที่เห็นคือแคนเสียงสูง 16 เสียง ซึ่งเป็นมาตรฐานของแคนที่ใช้บรรเลง ความโดดเด่นของเครื่องดนตรีชิ้นนี้ คือการผสานเสียง มีเสียงที่สดใสกังวานและสามารถบรรเลงเพลงเดี่ยวและบรรเลงในวงดนตรีจีนได้
9.png Ch’in
ๅๅๅๅเป็นเครื่องสายที่ทำด้วยเส้นไหม ใช้มือดีด Ch’ing เป็นเครื่องดนตรีชั้นสูง ใช้ฉพาะพวกขุนนาง และผู้มีการศึกษาสูง สามารถเพิ่มได้ทั้งแบบเดี่ยวและคลอประกอบการขับร้อง
10.jpg ปี่โหว หรือ ปี่ไม้ไผ่
ๅๅๅๅเป็นปี่ 2 ลิ้นชนิดหนึ่ง โครงสร้างของปี่ไม้ไผ่เป็นแบบง่ายๆ ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ ลิ้นปี่ ตัวปี่และปากแตร ลิ้นปี่ทำด้วยหลอดต้นอ้อหรือต้นกก โดยปากค่อนข้างกว้าง ลิ้นปี่ 2 ชิ้นค่อนข้างหน้า ตัวปี่ทำด้วยไม้ไผ่ ไม้ดำ ไม้แดง ไมัธรรมดา หลอดพลาสติกหรือหลอดโลหะ ปี่ไม้ไผ่มีเสียงดีที่สุด ในตัวเลาปี่ มีรู 7 รู ข้างล่างของตัวปี่เป็นปากแตรที่ทำด้วยทองเหลืองบางๆ เพื่อขยายเสียงและประดับปี่ด้วย  เสียงของปี่โหหรือปี่ไม้ไผ่คล้ายๆเสียงของปี่ธรรมดา เสียงทุ้มต่ำ ฟังเหมือนมีเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย มักจะบรรเลงด้วยกันกับซอเสียงกลางและซอเสียงต่ำ เพื่อเสริมเสียงกลางและเสียงต่ำในวงดนตรี

 

ที่มา : http://www.nuks.nu.ac.th/

  1. ประเทศมาเลเซีย มีความสัมพันธ์กับไทยหลายด้าน  สำหรับดนตรีมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและได้มีการนำกลองชนิดหนึ่งเข้าร่วมบรรเลงในวงดนตรีไทยอีกด้วย โดยใช้ประกอบการแสดงละครเรื่องอิเหนา  กลองชนิดนี้เรียกว่า “กลองแขก”  เป็นกลองของมาเลเซีย  ปัจจุบันกลายเป็นเครื่องดนตรีไทยโดยสมบูรณ์แล้ว

instrument-1.pngๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅๅกลองแขก

 

ความสัมพันธ์ทางประเพณี

                ประเพณี   คือระเบียบแบบแผนมีการปฏิบัติที่เห็นว่าดีงามและถูกต้อง จนเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ในสังคม  และมีการปฏิบัติสืบต่อกันมา  เช่น  ประเพณีเกี่ยวกับการเกิด  การโกนผมไฟ  การบวช  การแต่งงาน  การตาย  เป็นต้น  ประเพณีเหล่านี้ใช้ดนตรีบรรเลงประกอบประเพณี  ดังนั้นดนตรีจึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่มีความสำคัญและสามารถทำให้งานนั้น ๆ สมบูรณ์ได้

ความสัมพันธ์ด้านวรรณกรรม

วรรณกรรม  หมายถึง  เรื่องราวของหนังสือที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณค่า  เช่น  เรื่องพระอภัยมณี  เกี่ยวข้องกับดนตรีไทยคือ  ตอนพระอภัยมณีหลงนางละเวง  เมื่อนำมาแสดงในบทของนางละเวง  ดนตรีก็บรรจุเพลงสำเนียงฝรั่งเพรานางละเวงเป็นฝรั่ง  หรือแสดงละครเรื่องอิเหนา  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแขก  ดนตรีก็ต้องเพลงที่มีสำเนียงแขกเข้ามาในบทละครด้วย

ความสัมพันธ์ทางการละเล่น

การละเล่นที่เกี่ยวข้องกับดนตรีคือการบรรเลงเพลงภาษาที่เรียกว่า  “ออกสิบสองภาษา”  บางครั้งก็มีการออกตัวมีคนแสดงตามภาษานั้น ๆ หน้าวงดนตรี  บางครั้งก็เล่นเป็นเรื่องนั้น  ดนตรีจึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการละเล่นอย่างมาก

1396109603-IMGP2141JP-o.jpg

การเต้นรำพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ชื่อ “ทินิกลิง” ประกอบการบรรเลงดนตรี  ลักษณะคล้าย “ลาวกระทบไม้ของไทย”

เกร็ดความรู้

 

Advertisements