นักเรียนชั้น ม.2 คลิกตอบคำถามรับคะแนนเพิ่ม

         นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีให้เกิดความไพเราะและนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
(นักเรียนคลิกใส่ความเห็นพิมพ์คำตอบ แล้วอย่าลืม ชื่อ ชั้น เลขที่ด้วยนะจ๊ะ)
ใครที่ COPY คำตอบนี้มาครูไม่ให้คะแนนรับ 0 อย่างเดียว  อ่านต่อ
การประยุกต์ใช้สื่อประสมการประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน เช่นการประยุกต์ในธุรกิจร้านค้าและอุตสาหกรรม ร้านค้าสามารถใช้สื่อประสมในการโฆษณา การสร้างคาตาล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในเรื่องการติดต่อกับลูกค้า การฝึกอบรม การดำเนินธุรกิจในลักษณะการให้บริการแบบอัตโนมัติต่างๆ ตลอดจนประยุกต์ใช้กับกานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่น่าสนใจการประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ
งานการแพทย์และสาธารณสุข งานการแพทย์ใช้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการนำเสนอข้อมูล การเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การออนไลน์เพื่อให้การปรึกษาทางการแพทย์ ตลอดจนการดำเนินการที่เรียกว่า เทเลเมดิซีนการสร้างแหล่งความรู้ เช่น สารานุกรม การสร้างห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น
การประสมวงดนตรีไทย
posted on 03 Nov 2008 19:12 by musicism
การผสมวงดนตรีไทย เครื่องดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่า ของไทยที่นิยมเล่นกันมาแต่โบราณนั้น บางอย่างก็นำมาใช่เล่นเดี่ยว (คือ บรรเลงคนเดียว)เช่น ซอและขลุ่ย แต่หลายอย่างใช้ในการเล่นผสมวง(คือเล่นรวมกันหลายคนและหลายเครื่อง) การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ มิใช่ต้องการแต่ให้มีคนเล่นมากและเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม ฟังแล้วหนวกหูไม่เป็นเสียงเพลง และฟังไม่ไพเราะการเล่นผสมวงของดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่าของไทยแต่โบราณ (๑) วงมโหรี (๒) วงปี่พาทย์ (๓) วงเครื่องสาย
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ตอบคำถาม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

36 ตอบกลับที่ นักเรียนชั้น ม.2 คลิกตอบคำถามรับคะแนนเพิ่ม

  1. นิรนาม พูดว่า:

    การประยุกต์ใช้สื่อประสม

    การประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน เช่น

    การประยุกต์ในธุรกิจร้านค้าและอุตสาหกรรม ร้านค้าสามารถใช้สื่อประสมในการโฆษณา การสร้างคาตาล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในเรื่องการติดต่อกับลูกค้า การฝึกอบรม การดำเนินธุรกิจในลักษณะการให้บริการแบบอัตโนมัติต่างๆ ตลอดจนประยุกต์ใช้กับกานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่น่าสนใจ
    การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
    การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
    การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ
    งานการแพทย์และสาธารณสุข งานการแพทย์ใช้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการนำเสนอข้อมูล การเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การออนไลน์เพื่อให้การปรึกษาทางการแพทย์ ตลอดจนการดำเนินการที่เรียกว่า เทเลเมดิซีน
    การสร้างแหล่งความรู้ เช่น สารานุกรม การสร้างห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น

    การประสมวงดนตรีไทย
    posted on 03 Nov 2008 19:12 by musicism
    การผสมวงดนตรีไทย เครื่องดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่า ของไทยที่นิยมเล่นกันมาแต่โบราณนั้น บางอย่างก็นำมาใช่เล่นเดี่ยว (คือ บรรเลงคนเดียว)เช่น ซอและขลุ่ย แต่หลายอย่างใช้ในการเล่นผสมวง(คือเล่นรวมกันหลายคนและหลายเครื่อง) การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ มิใช่ต้องการแต่ให้มีคนเล่นมากและเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม ฟังแล้วหนวกหูไม่เป็นเสียงเพลง และฟังไม่ไพเราะการเล่นผสมวงของดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่าของไทยแต่โบราณ (๑) วงมโหรี (๒) วงปี่พาทย์ (๓) วงเครื่องสาย
    ด.ญ มลิดา ศิริกุลไมตรี ชั้น ม.2/1

  2. นิรนาม พูดว่า:

    การประสมวงดนตรีไทย
    posted on 03 Nov 2008 19:12 by musicism
    การผสมวงดนตรีไทย เครื่องดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่า ของไทยที่นิยมเล่นกันมาแต่โบราณนั้น บางอย่างก็นำมาใช่เล่นเดี่ยว (คือ บรรเลงคนเดียว)เช่น ซอและขลุ่ย แต่หลายอย่างใช้ในการเล่นผสมวง(คือเล่นรวมกันหลายคนและหลายเครื่อง) การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ มิใช่ต้องการแต่ให้มีคนเล่นมากและเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม ฟังแล้วหนวกหูไม่เป็นเสียงเพลง และฟังไม่ไพเราะการเล่นผสมวงของดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่าของไทยแต่โบราณ (๑) วงมโหรี (๒) วงปี่พาทย์ (๓) วงเครื่องสาย

    การประยุกต์ใช้สื่อประสม

    การประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน เช่น

    การประยุกต์ในธุรกิจร้านค้าและอุตสาหกรรม ร้านค้าสามารถใช้สื่อประสมในการโฆษณา การสร้างคาตาล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในเรื่องการติดต่อกับลูกค้า การฝึกอบรม การดำเนินธุรกิจในลักษณะการให้บริการแบบอัตโนมัติต่างๆ ตลอดจนประยุกต์ใช้กับกานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่น่าสนใจ
    การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
    การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
    การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ
    งานการแพทย์และสาธารณสุข งานการแพทย์ใช้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการนำเสนอข้อมูล การเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การออนไลน์เพื่อให้การปรึกษาทางการแพทย์ ตลอดจนการดำเนินการที่เรียกว่า เทเลเมดิซีน
    การสร้างแหล่งความรู้ เช่น สารานุกรม การสร้างห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น
    ด.ญ. หล้า อินใจ ชั้น 2/1

    • อบรม พูดว่า:

      ครูต้องการให้ นร. ตอบคำถามว่าควรหลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีให้เกิดความไพเราะและ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร ไม่ใช่ Copy เขามา ถึงเอาของเขามาก็ต้องแสดงความคิดหรือมีความคิดเป็นของตัวเอง ถ้าคำตอบเหมือนกันแบบนี้ ครูไม่ให้คะแนน

  3. เด็กหญิง บุศรินทร์ นามน้อย พูดว่า:

    การประยุกต์ใช้สื่อประสม

    การประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน เช่น

    การประยุกต์ในธุรกิจร้านค้าและอุตสาหกรรม ร้านค้าสามารถใช้สื่อประสมในการโฆษณา การสร้างคาตาล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในเรื่องการติดต่อกับลูกค้า การฝึกอบรม การดำเนินธุรกิจในลักษณะการให้บริการแบบอัตโนมัติต่างๆ ตลอดจนประยุกต์ใช้กับกานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่น่าสนใจ
    การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
    การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
    การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ
    งานการแพทย์และสาธารณสุข งานการแพทย์ใช้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการนำเสนอข้อมูล การเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การออนไลน์เพื่อให้การปรึกษาทางการแพทย์ ตลอดจนการดำเนินการที่เรียกว่า เทเลเมดิซีน
    การสร้างแหล่งความรู้ เช่น สารานุกรม การสร้างห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น

    การประสมวงดนตรีไทย
    posted on 03 Nov 2008 19:12 by musicism
    การผสมวงดนตรีไทย เครื่องดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่า ของไทยที่นิยมเล่นกันมาแต่โบราณนั้น บางอย่างก็นำมาใช่เล่นเดี่ยว (คือ บรรเลงคนเดียว)เช่น ซอและขลุ่ย แต่หลายอย่างใช้ในการเล่นผสมวง(คือเล่นรวมกันหลายคนและหลายเครื่อง) การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ มิใช่ต้องการแต่ให้มีคนเล่นมากและเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม ฟังแล้วหนวกหูไม่เป็นเสียงเพลง และฟังไม่ไพเราะการเล่นผสมวงของดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่าของไทยแต่โบราณ (๑) วงมโหรี (๒) วงปี่พาทย์ (๓) วงเครื่องสาย

  4. ด.ญ. ศมน สุวงค์ พูดว่า:

    การประยุกต์ใช้สื่อประสม

    การประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน เช่น

    •การประยุกต์ในธุรกิจร้านค้าและอุตสาหกรรม ร้านค้าสามารถใช้สื่อประสมในการโฆษณา การสร้างคาตาล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในเรื่องการติดต่อกับลูกค้า การฝึกอบรม การดำเนินธุรกิจในลักษณะการให้บริการแบบอัตโนมัติต่างๆ ตลอดจนประยุกต์ใช้กับกานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่น่าสนใจ
    •การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
    •การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
    •การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ
    •งานการแพทย์และสาธารณสุข งานการแพทย์ใช้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการนำเสนอข้อมูล การเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การออนไลน์เพื่อให้การปรึกษาทางการแพทย์ ตลอดจนการดำเนินการที่เรียกว่า เทเลเมดิซีน
    •การสร้างแหล่งความรู้ เช่น สารานุกรม การสร้างห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น
    การประยุกต์ใช้สื่อประสมมีวงกว้างขวางมากขึ้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้อีกมาก

    วงแบนด์ (Band)

    วงแบนด์เป็นลักษณะของการผสมวงดนตรีอีกประเภทหนึ่งของตะวันตกที่มีเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องเป่าเป็นหลักและมีเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะผสมวงบรรเลงร่วมกัน การผสมวงแบนด์แบ่งตามประเภทได้ดังนี้

    2.1 วงคอนเสิร์ตแบนด์
    ดนตรีที่มีขนาดปานกลางมีผู้นักดนตรีประมาณ 30-45 คน ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 3 กลุ่ม คือ
    – กลุ่มเครื่องลมไม้ (Woodwind) ได้แก่ แซ็กโซโฟน , บาสซูน , โอโบ , คลาริเนท , ฟลูท และปิคโคโล ( ในบางโอกาสมักใช้ผู้เล่นคนเดียวกัน )
    – กลุ่มเครื่องทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต , ทรอมโบน , ทูบา , ยูโฟเนียม , เฟรนช์ฮอร์นและคอร์เน็ต
    – กลุ่มเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ กลองทิมปานี , กลองเล็ก , กลองใหญ่ , กิ่ง , มาริมบา , ฉาบ และระฆังราว ( ขึ้นอยู่กับเพลงด้วย )
    วงคอนเสิร์ตแบนด์มักใช้นั่งบรรเลงเป็นหลัก โดยปกติขณะที่นั่งบรรเลงจะต้องมีผู้อำนวยเพลง (Conductor) คอยควบคุมจังหวะและปรับความสมดุลของเพลงด้วย เพลงที่ใช้บรรเลงมักเป็นเพลงทั่ว ๆ ไปหรือเพลงที่ใช้เฉพาะในงานนั้น ๆ ซึ่งเพลงที่นำมาบรรเลงจะต้องเป็นเพลงที่เขียน ขึ้นมาเพื่อใช้กับวงคอนเสิร์ตแบนด์โดยเฉพาะเท่านั้น เพราะในการเรียบเรียงเสียงประสานนั้นผู้ที่ เรียบเรียง ฯ จะทราบจำนวนและเป็นผู้กำหนดเครื่องดนตรีเอง หากนำเพลงที่เรียบเรียงให้วงที่มีจำนวนนักดนตรีมากมาให้วงที่มีนักดนตรีน้อยเล่นอาจทำให้ทำนองหลักของเพลงขาดหายไปก็เป็นไปได้เนื่องจากจำนวนนัก
    2.2. วงแตรวง (Brass Band)
    เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบในการเดินแถวของทหาร การสวนสนาม พิธีแห่ต่าง ๆ และใช้บรรเลงประกอบในงานกีฬา ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ
    – กลุ่มเครื่องทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต , ทรอมโบน , ทูบา , ยูโฟเนียม , บาริโทน , เฟรนช์ฮอร์นและคอร์เน็ต
    – กลุ่มเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ , กลองเล็ก , กลองใหญ่ , ในขณะใช้เดินแถวนั้นวงแตรวงจะต้องมีคทากรหรือดรัมเมเยอร์ (Drum Major) เดินถือไม้คทานำหน้าแถวเพื่อทำหน้าที่ให้สัญญาณต่าง ๆ นอกจากนี้วงแตรวงยังถือว่าเป็นต้นแบบของดนตรีแจ๊ส

    2.3 วงโยธวาทิต (Military Band)
    คำว่า ” โยธวาทิต ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ” วงดนตรีที่บรรเลงโดยทหาร ซึ่งมาจากคำว่า โยธ แปลว่า ทหาร รวมกับคำว่า วาทิต แปลว่า ดนตรี หรือผู้บรรเลงดนตรี ” วงโยธวาทิตเป็นวงดนตรีที่มีลักษณะคล้ายกับวงคอนเสิร์ตแบนด์ทุกประการเพียงแต่เรียกชื่อต่างกันเท่านั้น กล่าวคือ ในขณะที่วงโยธวาทิตใช้ประกอบการเดินแถวสวนสนามหรือแสดงการแปรแถวกลางแจ้งเราเรียกว่าการ ” แสดงดนตรีสนาม ” (Display) แต่เมื่อวงโยธวาทิตบรรเลงโดยการนั่งบรรเลงเราเรียกว่า ” คอนเสิร์ตแบนด์ ” (Concert Band) สำหรับการใช้งานนั้นคล้ายกับวงแตรวง ยกเว้นเครื่องดนตรีที่ประกอบในวงโยธทิตนั้นประกอบด้วยเครื่องดนตรี 3 กลุ่ม คือ – กลุ่มเครื่องลมไม้ (Woodwind) ได้แก่ แซ็กโซโฟน , บาสซูน , โอโบ , คลาริเนท , ฟลูท และปิคโคโล ( ในบางโอกาสมักใช้ผู้เล่นคนเดียวกัน )
    – กลุ่มเครื่องทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต , ทรอมโบน , ทูบา , ยูโฟเนียม , คอร์เน็ตและเฟรนช์ฮอร์น
    – กลุ่มเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ , กลองเล็ก , กลองใหญ่ , ฉาบ

  5. ด.ญ. ศมน สุวงค์ พูดว่า:

    การประยุกต์ใช้สื่อประสม

    การประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน เช่น

    •การประยุกต์ในธุรกิจร้านค้าและอุตสาหกรรม ร้านค้าสามารถใช้สื่อประสมในการโฆษณา การสร้างคาตาล็อกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในเรื่องการติดต่อกับลูกค้า การฝึกอบรม การดำเนินธุรกิจในลักษณะการให้บริการแบบอัตโนมัติต่างๆ ตลอดจนประยุกต์ใช้กับกานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่น่าสนใจ
    •การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
    •การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
    •การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ
    •งานการแพทย์และสาธารณสุข งานการแพทย์ใช้ประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการนำเสนอข้อมูล การเรียนการสอนทางด้านการแพทย์ การออนไลน์เพื่อให้การปรึกษาทางการแพทย์ ตลอดจนการดำเนินการที่เรียกว่า เทเลเมดิซีน
    •การสร้างแหล่งความรู้ เช่น สารานุกรม การสร้างห้องสมุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างมากขึ้น
    การประยุกต์ใช้สื่อประสมมีวงกว้างขวางมากขึ้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้อีกมาก

    วงแบนด์ (Band)

    วงแบนด์เป็นลักษณะของการผสมวงดนตรีอีกประเภทหนึ่งของตะวันตกที่มีเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องเป่าเป็นหลักและมีเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะผสมวงบรรเลงร่วมกัน การผสมวงแบนด์แบ่งตามประเภทได้ดังนี้

    2.1 วงคอนเสิร์ตแบนด์
    ดนตรีที่มีขนาดปานกลางมีผู้นักดนตรีประมาณ 30-45 คน ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 3 กลุ่ม คือ
    – กลุ่มเครื่องลมไม้ (Woodwind) ได้แก่ แซ็กโซโฟน , บาสซูน , โอโบ , คลาริเนท , ฟลูท และปิคโคโล ( ในบางโอกาสมักใช้ผู้เล่นคนเดียวกัน )
    – กลุ่มเครื่องทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต , ทรอมโบน , ทูบา , ยูโฟเนียม , เฟรนช์ฮอร์นและคอร์เน็ต
    – กลุ่มเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ กลองทิมปานี , กลองเล็ก , กลองใหญ่ , กิ่ง , มาริมบา , ฉาบ และระฆังราว ( ขึ้นอยู่กับเพลงด้วย )
    วงคอนเสิร์ตแบนด์มักใช้นั่งบรรเลงเป็นหลัก โดยปกติขณะที่นั่งบรรเลงจะต้องมีผู้อำนวยเพลง (Conductor) คอยควบคุมจังหวะและปรับความสมดุลของเพลงด้วย เพลงที่ใช้บรรเลงมักเป็นเพลงทั่ว ๆ ไปหรือเพลงที่ใช้เฉพาะในงานนั้น ๆ ซึ่งเพลงที่นำมาบรรเลงจะต้องเป็นเพลงที่เขียน ขึ้นมาเพื่อใช้กับวงคอนเสิร์ตแบนด์โดยเฉพาะเท่านั้น เพราะในการเรียบเรียงเสียงประสานนั้นผู้ที่ เรียบเรียง ฯ จะทราบจำนวนและเป็นผู้กำหนดเครื่องดนตรีเอง หากนำเพลงที่เรียบเรียงให้วงที่มีจำนวนนักดนตรีมากมาให้วงที่มีนักดนตรีน้อยเล่นอาจทำให้ทำนองหลักของเพลงขาดหายไปก็เป็นไปได้เนื่องจากจำนวนนัก
    2.2. วงแตรวง (Brass Band)
    เป็นวงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบในการเดินแถวของทหาร การสวนสนาม พิธีแห่ต่าง ๆ และใช้บรรเลงประกอบในงานกีฬา ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ
    – กลุ่มเครื่องทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต , ทรอมโบน , ทูบา , ยูโฟเนียม , บาริโทน , เฟรนช์ฮอร์นและคอร์เน็ต
    – กลุ่มเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ , กลองเล็ก , กลองใหญ่ , ในขณะใช้เดินแถวนั้นวงแตรวงจะต้องมีคทากรหรือดรัมเมเยอร์ (Drum Major) เดินถือไม้คทานำหน้าแถวเพื่อทำหน้าที่ให้สัญญาณต่าง ๆ นอกจากนี้วงแตรวงยังถือว่าเป็นต้นแบบของดนตรีแจ๊ส

    2.3 วงโยธวาทิต (Military Band)
    คำว่า ” โยธวาทิต ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ” วงดนตรีที่บรรเลงโดยทหาร ซึ่งมาจากคำว่า โยธ แปลว่า ทหาร รวมกับคำว่า วาทิต แปลว่า ดนตรี หรือผู้บรรเลงดนตรี ” วงโยธวาทิตเป็นวงดนตรีที่มีลักษณะคล้ายกับวงคอนเสิร์ตแบนด์ทุกประการเพียงแต่เรียกชื่อต่างกันเท่านั้น กล่าวคือ ในขณะที่วงโยธวาทิตใช้ประกอบการเดินแถวสวนสนามหรือแสดงการแปรแถวกลางแจ้งเราเรียกว่าการ ” แสดงดนตรีสนาม ” (Display) แต่เมื่อวงโยธวาทิตบรรเลงโดยการนั่งบรรเลงเราเรียกว่า ” คอนเสิร์ตแบนด์ ” (Concert Band) สำหรับการใช้งานนั้นคล้ายกับวงแตรวง ยกเว้นเครื่องดนตรีที่ประกอบในวงโยธทิตนั้นประกอบด้วยเครื่องดนตรี 3 กลุ่ม คือ – กลุ่มเครื่องลมไม้ (Woodwind) ได้แก่ แซ็กโซโฟน , บาสซูน , โอโบ , คลาริเนท , ฟลูท และปิคโคโล ( ในบางโอกาสมักใช้ผู้เล่นคนเดียวกัน )
    – กลุ่มเครื่องทองเหลือง (Brass) ได้แก่ ทรัมเป็ต , ทรอมโบน , ทูบา , ยูโฟเนียม , คอร์เน็ตและเฟรนช์ฮอร์น
    – กลุ่มเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion) ได้แก่ , กลองเล็ก , กลองใหญ่ , ฉาบ

    ด.ญ. ศมน สุวงค์ ชั้น ม.2/1 เลขที่10

  6. ด.ญ.พัชรา ตาเเตะ พูดว่า:

    ด.ญ.พัชรา ยาเเตะ
    ร่วมเเสดงความคิดเห็นผ่านเว็บครู
    1.ส่งงานง่ายเเละดูงานก็ง่ายด้วย
    2.ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการใช้่คอมเเละทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ
    ในการดำรงชีวิตประจำวันมากขึ้น
    ด.ญ.พัชรา ยาเเตะ 2/4 เลขที่30

  7. ด.ญ.พัชรา ตาเเตะ พูดว่า:

    งานที่1
    ข้อ1. นักเรียนว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดมนการประสงวงดนตรีและนักเรียนจะนำไปใช้อย่างไร
    ตอบ ดนตรีสากล=กีตาร์-กีตาร์แบส
    -ออร์เกน-กลอง

    ข้อ2.ในการประสงวงดนตรีสากล
    ตอบ ต้องหม่ำฝึกฝนเสม่ำเสมอและต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ เคราพเครื่องดนตรี
    และต้องให้ความร่วมมือร่วมใจในการประสมวงดนตรีแบะสมาชิกในกลุ่ม
    ต้องให้ความร่วมมือในการประสงวงดนตรีต้องมีความสมัคคี

    ข้อ3.ในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
    ตอบ นำระเบียบและข้อห้ามมาใช้ในชีวิตประจำวัน=เคราพผู้ใหญ่ ครูบาอาจาร์

    ด.ญ. พัชรา ยาเเตะ ชั้นม.2/4 เลขที่30

  8. หล้า อินใจ พูดว่า:

    o หลักเกณฑ์ในการประสมวงดนตรี ให้เกิดความไพเราะคือมีจังหวะจะโคลน และมีทำนองที่ผสมผสานกันได้ดี เล่นเป็นบทเพลงฟังแล้วเกิดความไพเราะ และยังทำให้ผู้ฟังมีอารมณ์คล้อยตาม การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ มิใช่ต้องการแต่ให้มีคนเล่นมากและเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม ฟังแล้วหนวกหูไม่เป็นเสียงเพลง และฟังไม่ไพเราะ

    การนำไปประยุกต์ใช้

    การประยุกต์ใช้วงดนตรีมีหลากหลายแบบ เช่น การประยุกต์ใช้ทางการศึกษาสามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด เราก็สามารถศึกษาได้จากวงดนตรี และยังใช้เป็นสื่อในการนำเสนองานได้

    เด็ก หญิง หล้า อินใจ ม.2/1 เลขที่ 27

  9. ด.ญ. บุศรินทร์ นามน้อย เลขที่11 ชั้น ม.2/1 พูดว่า:

    การประสมวงวงดนตรี คือ เอาเครื่องดนตรีหลายๆอย่างมาบรรเลงร่วมกัน แต่การจะเอาเครื่องดนตรีคนละอย่างมาบรรเลงพร้อมๆกัน จะต้องเลือกและพิจราณาเลือกแต่สิ่งที่มีเสียงกลมกลืนกันและไม่กลบเสียงกัน สมัยโบราณนั้นเครื่องดีดผสมเล่นกับเครื่องสี เพราะ มีเสียงความเบาเท่ากัน และเครืองตีก็ต้องเล่นกับเครื่องเป่าเท่านั้น เพราะมีเสียงค่อนข้างหนักเหมือนกัน ในภายหลัวรู้จักวิธีสร้างและแก้ไขเครื่องตีและเป่าลดความดังลงให้พอเหมาะกับเครื่องดีดและสี ได้นำเครื่องตีเครื่องเป่าผสมที่ต้องการและเลือกดู ว่าเครื่องดนตรีใดทำเสียงสูง ต่ำ ได้หลายเสียง
    วงดนตรีไทยที่ผสมเป็นวงและถือเป็นแบบแผน มีอยู่ 3 อย่างคือ วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย และวงมโหรี นอกจาก นี้ถือว่าเป็นวงพิเศษ

  10. ด.ญ.มายาวี นามออ ม.2/3 เลขที่ 30 พูดว่า:

    ในหนังสืออื่นมาหลายแห่ง ได้นำเอาคำเหล่านี้มากล่าวถึงไว้ข้างต้น ซึ่งได้ประมวลเรื่องและวินิจฉัยมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะคำ ” ดุริย ” ว่าหมายถึงเครื่องตีเครื่องเป่าที่จำแนกประเภท เป็น ปัญจังคิกะตุริยะ แล้วมาเป็นเบญจดุริยางค์แล้ววิวัฒนาการมาเป็นวงปี่พาทย์ไทยของเรา ดังกล่าวมาข้างต้น
    ส่วนคำ”ดนตรี”เป็นคำที่มาจากคำบาลี-สันสกฤต ถ้าเป็นรูปศัพท์บาลี เป็น “ตนฺติ”รูปศัพท์สันสกฤต เป็น”ตนฺตรินฺ” คำว่า “ตนฺตรินฺ”คำว่า”ตนฺติ”แปลว่า เชื้อสาย,วงศ์วาน,ประเพณี,คัมภีร์ และ เครื่องมีสาย มีคำบาลีในสักกปัญหสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสชื่นชมการขับร้องบรรเลงพิณของปัญจสิขเทพคนธรรพ์ว่า”คีตสฺสโรจตนฺติสฺสเรน” แปลว่า”เสียง- เครื่องร้องประสานกันดีกับเสียงเครื่องสาย”เพราะฉะนั้นคำดนตรี ที่เรานำมาใช้ในภาษาไทย ก็น่าจะหมายถึงเครื่องสาย คือ เครื่องดีดและเครื่องสีโดยเฉพาะ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ปรากฏในกฎมนเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา กล่าวไว้ว่า”ขุนศรี สังกร เป่าสังข์ พระอินทโร ตีอินทเภรี พระนนทิเกษ ตีฆ้องไชย ขุนดนตรี ตีหรทึก” และอีกแห่งหนึ่งก็ระบุว่า”ศรีเกตตี ฆ้องไชย ขุนดนตรี ตีหรทึก” ตามชื่อและตามความหมายของคำ ขุนดนตรี ควรจะมีหน้าที่ทางเครื่องสาย เหตุใดจึงไป ทำหน้าที่ตีมโหรทึก หรือไปทำเฉพาะคราวเฉพาะพิธี แต่ก็มีกล่าวถึงต่อไปอีกว่า”ชาวดนตรีคอยฟังสุรเสียงครั้นตรัสให้ จัดสำรับขลุ่ยนำเพลง” ชาวดนตรีกลับไปจัดเครื่องเป่า คือสำรับขลุ่ยเสียอีก แทนที่จะจัดเครื่องดีดสี แต่ที่กล่าวถึง ราชานุกิจของพระมหากษัตริย์ว่า”๖ทุ่มเบิกเสภาดนตรี”ก็มีคำ”ดนตรี” ในที่นี้หมายความว่าอะไร?สมัยนั้นเห็นจะไม่ได้ หมายถึงเครื่องดีดสี ถ้าหมายถึงเครื่องดีดสี หรือมีเครื่องสาย อาจใช้คำว่า “พีณ” เช่นระบุถึงไว้ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย ว่า”เครื่องพาทย์ เสียงพีณ” หรือ”ดูรยพาพิณ” ดังกล่าวข้างต้น และอาจนำเอาคำ”ดนตรี”ไปใช้เป็นคำรวมหมายถึง เครื่องดีดสีตีเป่าทั่วไปเช่นที่ใช้เป็นคำควบว่า”ดุริยดนตรี”หรือเช่นที่เรานำมาใช้ในปัจจุบัน ดนตรี หมายถึง MUSIC และเครื่องดนตรี หมายถึง MUSICAL INSTRUMENTS ไม่ว่าจะเป็น ขลุ่ย ปี่ ฆ้อง กลอง ระนาด หรือ พิณ ซอ จระเข้ กระจับปี่ ซึง ปัจจุบันเราใช้เป็นคำรวมเรียกว่า เครื่องดนตรี ทั้งนั้น ตามที่กล่าว อาจเห็นได้ว่า วงเครื่องสาย มิได้วิวัฒนาการหรือมีการกำเนิดสืบเนื่องมาจากความหมายเดิมของคำ “ดนตรี”แต่ถ้าเป็นไปได้ อาจวิวัฒนาการมาจากบรรเลงพิณ ที่ระบุไว้เป็นหลักของเครื่องดีดสีในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย แล้วมาเล่นร่วมกับขับไม้และมาผสมวงเป็นคล้ายๆกับ วงเครื่องสาย และโดยเหตุผลที่เราไม่รู้ที่มาและความหมายของ คำ”มโหรี”หรือเคยรู้แล้วลืมหายไปเสียในอดีตกาลอันมืดมนท์ จึงเลยนำคำ”มโหรี”มาเรียกควบกับเครื่องสาย แล้วเลย เรียกสับสนกันไปว่า”มโหรีเครื่องสาย”โดยไปเพ่งเอาเครื่องดนตรีที่นำเข้าเล่นผสมวงเป็นหลัก ซึ่งแท้จริง มโหรีเขามีหลัก การและความหมายโดยเฉพาะอยู่แล้ว ดังกล่าวไว้แล้วข้างต้น

    การนำไปประยุกต์ใช้
    นำมาสอนผู้ที่ด้อยโอกาส เล่นเพื่อหาลายได้ เล่นโช นำไปประกอบอาชีพ

  11. การที่จะผสมวงดนตรีให้ไพเราะ จะต้องมีความสนใจในดนตรีและเข้าใจในเสียงดนตรีอย่างแท้จริง ถ้าหากว่าเราเล่นได้แล้วก็ต้องนำไปแผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจ ถ้าหากเราเล่นได้ดีทุกคนก็จะมาสนใจโดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปประกาศทุกวัน

    ด.ญ. ทิวาพร แซ่จ้าว เลขที่22 ชั้น ม.2/1

  12. หลักการประสมวงดนตรีให้เกิดความไพเราะ โดยคำนึงถึงหลักความเหมาะสมเพื่อให้เครื่องดนตรีทุกชนิดได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมภาคภูมิ ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ตลอดจนคำนึงถึงผลอันจะก่อให้เกิดความพวยพุ่งแห่งอารมณ์ ซึ่งได้แก่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเสียงที่ดำเนินร่วมกันไปอย่างสนิทสนมกลมกลืนเป็นสำคัญ เพราะเสียงดนตรีก็เป็นเหมือนอารมณ์ น้อมนำให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์แช่มชื่น รื่นเริง สงบ เศร้าโศก หรือห้าวหาญคึกคักไปตามความหมาย และจังหวะของเพลง

    สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยที่เรานำหลักเกณฑ์ดังกล่าว ไปเล่นดนตรีประจำวง หรือใช้ในการเรียนการสอน หลักเกณฑ์นี้สามารถใช้ได้กับทุกวงไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทยหรือสากล ก็สามารถนำไปใช้ได้

    ด.ญ. ศมน สุวงค์ เลขที่ 10 ชั้น ม.2/1

  13. ด.ญ เฮิง ยะแสง พูดว่า:

    หลักการในการผสมวงดนตรีคือ การที่เรารู้จักเครื่องดนตรี

  14. ด.ญ เฮิง ยะแสง พูดว่า:

    หลักเกณฑ์ในการประสมวงดนตรีคือ การที่เรารู้ว่าเครื่องดนตรีแต่ละชนิดเหมาะสมกันหรือไม่เเล้วเครื่องดนตรีที่เรานำมาผสมกัน เข้ากันหรือไม่ การที่เรารู้จักเครื่องดนตรีแต่ละชนิดทำให้เราสามารถที่จะผสมวงดนตรีให้ไพเราะ และ เหมาะสม
    หลักเกณฑ์ในการประสมวงดนตรี ทำให้เราสามารถนำมาใช้ในการตั้งวงดนตรี การใช้เครื่องดนตรีให้เหมาะสมกับเพลงที่เราจะแสดง และ การประสมวงดนตรีในการเรียนการสอนอีกด้วย
    และ ถ้าเกิดความไพเราะจับใจผู้ฟังก็จะถือว่าวงนี้สามารถนำไปเผยแพร่ให้แก่ทุกคนและนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อีกด้วย

  15. ด.ญ เฮิง ยะแสง พูดว่า:

    หลักเกณฑ์ในการประสมวงดนตรีคือ การที่เรารู้จักเครื่องดนตรีแต่ละชนิดเหมาะสมกันหรือไม่แล้วเครื่องดนตรีที่เรานำมาผสมกันว่าเข้ากันหรือไม่ การที่เรารู้จักเครื่องดนตรีแต่ละชนิดทำให้เราสามารถที่จะผสมวงดนตรีให้ไพเราะ และ เหมาะสม
    หลักการในการประสมวงดนตรี ทำให้เราสาสมรถนำมาใช้ในการตั้งวงดนตรี การใช้เครื่องดนตรีให้เหมาะสมกับเพลงที่เราจะแสดง และ การประสมวงดนตรีในการเยนการสอนอีกด้วย และ ถ้าเกิดความไพเราะจับใจผู้ฟังก็จะถือว่าวงนี้สามารถนำไปเผยแพร่ให้แก่ทุกคนและนำไปประกอบอาชีพได้อีกด้วย

    ด.ญ เฮิง ยะแสง เลขที่23 ชั้นม.2/2

  16. การที่เราจะผสมวงดนตรีให้ไพเราะคือ เราต้องเลือกชนิดของเครื่องดนตรีที่เข้ากันได้เหมาะสมกับวง และสถานที่เล่นและต้องคำนึงถึงเสียงดนตรี เช่น เสียงสูง เสียงต่ำ เป้นต้น และไม่ดังกลบเสียงกัน ต้องฟังจังหวะซึ่งกันและกัน

    การเผยแพร่ที่ดี ต้องมีการจัดการเรียนการสอน จัดสอนขึ้นภายในโรงเรียนเป็นประจำ อย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีชนิดใดก็ตาม ผู้เล่นควรเล่นจังหวะที่ไพเราะให้คนรอบข้างฟัง เพื่อชักนำให้พวกเขาสนใจในเสียงดนตรี และชื่นชมในผลงาน

    ด.ญ. ภัสรา อุ่นแก้ว เลขที่ 20 ชั้น ม.2/1

  17. ด.ญ.ธาวิณี แซะพาง พูดว่า:

    1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร
    ตอบ.การประสมวงดนตรี นั้นคือการนำเอาเครื่องดนตรีหลายๆชนิดมาทำทำนองหรือบรรเลงร่วมกันให้เกิดทำนองที่ความไพเราะเสนาะหูหรือสนุกสนาน ดังนั้นหลักในการประสมวงดนตรีก็คือความเหมาะสม คือ เสียงของเครื่องดนตรีที่ใช้ทำทำนองหรือบรรเลง เช่นการประสมวงของวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์โดย”ปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์” นั้นจะประกอบ ไปด้วยเครื่องดนตรีที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวลประสมเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับ
    การแสดงละคร ดึกดำบรรพ์ดังนี้
    – ระนาดเอก (ใช้ไม้นวม) 1 ราง
    – ตะโพน 1 ใบ
    – ระนาดทุ้ม 1 ราง
    – กลองตะโพน 1 คู่
    – ระนาดทุ้มเหล็ก 1 ราง
    – ฉิ่ง 1 คู่
    – ฆ้องวงใหญ่ 1 วง
    – ซออู้ 1 คัน
    – ฆ้องหุ่ย 7 ใบ
    – ขลุ่ยอู้ 1 เลา
    – ขลุ่ยเพียงออ 1 เลา
    ซึ่งเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพิจารณาในการเลือกผสมวงดนดรีให้เป็นวงดนตรีใหม่เช่น
    การผสมวงดนตรีให้เกิดวงที่เสียงดัง ก็อาจจะผสมกลองชนะและกลองชาตรีเข้าดว้ยกันเป็นต้น

  18. 1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ หลักเกณฑ์ในการประสมวงดนตรี ให้เกิดความไพเราะคือมีจังหวะจะโคลน และมีทำนองที่ผสมผสานกันได้ดี เล่นเป็นบทเพลงฟังแล้วเกิดความไพเราะ และยังทำให้ผู้ฟังมีอารมณ์คล้อยตาม

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ ถ้าเราสามารถเล่นได้ก็สามารถนำไปเผยแพร่ให้แก่คนรุ่นหลังรู้และเล่นได้

    ด.ญ.จิราพร แสนสุข เลขที่ 30 ม. 2/2

    g

  19. ด.ญ.คำ แสนพรม พูดว่า:

    1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียง ไพเราะน่าฟังยิ่งขึ้น

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ สามารถนำไปเล่นในงานต่างต่างได้ เพราะเสียงดนตรีทำให้ผ้ฟังมีอารมณ์คล้อยตามได้

    ด.ญ. คำ แสนพรม เลขที่ 29 ม.2/2

  20. 1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การประสมวงวงดนตรี คือ เอาเครื่องดนตรีหลายๆอย่างมาบรรเลงร่วมกัน แต่การจะเอาเครื่องดนตรีคนละอย่างมาบรรเลงพร้อมๆกัน จะต้องเลือกและพิจราณาเลือกแต่สิ่งที่มีเสียงกลมกลืนกันและไม่กลบเสียงกัน สมัยโบราณนั้นเครื่องดีดผสมเล่นกับเครื่องสี เพราะ มีเสียงความเบาเท่ากัน และเครืองตีก็ต้องเล่นกับเครื่องเป่าเท่านั้น

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้

  21. ด.ญ. อัจฉรา จามีกรธาราร พูดว่า:

    การผสมวงดนตรี คือ การเอาเครื่องเล่นแต่ละชนิดมาบรรเลงด้วยกัน การผสมวงดนตรีก็ผสมหลายอย่างหลายชนิดให้น่าฟังขึ้น
    นำไปแสดงให้คนอื่นรู้ หรือเผยแพร่ให้คนอื่น

  22. ตอบ การประสบวงค์ดนตรีที่ดีนั้น ผู้ฝึกสอนต้องมีประสบการณ์ หรืออย่างน้อยต้องเล่นดนตรีได้หนึ่งชนิด
    และการนำไปเผยแพร่คือต้องฝึกซ้อมให้คนในโรงเรียนดูบ่อยๆ เมื่อเล่นได้คล่องแล้วควรนำไปแสดงที่ต่างๆ
    เพื่อให้คนทั่วๆไปได้รับรู้
    ด.ญ. นันทนา นามแก้ว ชั้นม.2/3 เลขที่20

  23. ด.ญ เงิน ทูลนวล ชั้น ม.2/1 เลขที่ 21 พูดว่า:

    1.ตอบ:การที่จะประสมวงดนตรีให้ไพเราะนั้นต้องใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
    1. ขยันซ้อม
    2.อ่านโน๊ตท่องโน๊ตให้ได้
    3.ฝึกลม
    ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีสากล วงโยธวาทิต หรือนักร้องประสานเสียง
    ถ้าหากนำหลักเกณฑ์นี้ไปใช้แล้วก็จะทำให้ประสมวงดนตรีได้อย่างไพเราะน่าฟัง
    2.ตอบ:จากการที่เราได้ดนตรีนั้นก็ได้เรียนรู้มากมายเช่นได้รู้จักตัวโน๊ต จนท่องโน๊ตเป็นและ
    เราสามารถนำไปใช้ประอาชีพได้

  24. เด็กหญิง นภาพร กองบุญ ชั้น ม.2/1 เลขที่ 17 พูดว่า:

    ตอบ คนที่จะประสมวงดนตรีนั้นต้องมีความสามัคคีและถ้าร่วมวงกันแล้วต้องรู้จักการให้อภัยกัน และคนในวง
    ทุกคนต้องเล่นเครื่องดนตรีเป็นอย่างน้อยหนึ่งอย่างและต้องใช้ความอดทนในการฝึกฃ้อม
    ประโยชน๊ที่ได้จากการประสมวงดนตรีคือ สามารถนำไปเล่นในงานต่างๆได้และสามารถนำไปประกอบอาชีพ

  25. ด.ญ. มัตติกา พลสิงห๊ พูดว่า:

    การประสมวงดนตรี คนที่ประสมวงดนตรีต้องศึกษาก่อนว่าต้องทำยังไงก่อนและถ้ารวมกลุ่มกันแล้วต้องฃ้อมเป็นประจำ คนในกลุ่มต้องฟังคำแนะนำจากผู้ฝึกช้อม และถ้าทุกคนเล่นเป็นหมดแล้วก็ต้องไปเล่นตามงานต่างๆ

  26. ด.ญ กณิกนันตื ไอ่แสง ชั้น ม.2/1 เลขที่ 25 พูดว่า:

    ตอบ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับตัวโน๊ต อ่านโน๊ตได้ มีความ อดทน ขยัน ฝึกลมหน้าท้อง
    อย่างสม่ำเสมอ การประสมวงดนตรี คือ เอาเครื่องดนตรีหลายๆ มาบรรเลง รวมกัน
    ถ้าผู้เล่นเล่นได้ มีบทเพลง ก็สามารถ เป็นเพลงได้อย่างไพเราะ

  27. ๑.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การประสมวงวงดนตรี คือ เอาเครื่องดนตรีหลายๆอย่างมาบรรเลงร่วมกัน แต่การจะเอาเครื่องดนตรีคนละอย่างมาบรรเลงพร้อมๆกัน จะต้องเลือกและพิจราณาเลือกแต่สิ่งที่มีเสียงกลมกลืนกันและไม่กลบเสียงกัน สมัยโบราณนั้นเครื่องดีดผสมเล่นกับเครื่องสี เพราะ มีเสียงความเบาเท่ากัน และเครืองตีก็ต้องเล่นกับเครื่องเป่าเท่านั้น

    ๒.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
    การประยุกต์ในเรื่องนันทนาการ เทคโนโลยีสื่อประสมมีผลอย่างมากในการสร้าง ภาพยนตร์ การสร้างเกม การสร้าง ตลอดจนการนำเสนอในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์
    การประยุกต์ในวงการรัฐบาล สามารถนำไปใช้ในการให้บริการ การดำเนินการทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การใช้ทางทหาร การกีฬา การสร้างงวิธีนำเสนอข้อมูลแบบต่างๆ

    ด.ช. สมชาย ขันคำ ม.2/2

  28. เด็กหญิง อัมพร นามยอด ม.2/1 เลขที่ 16 พูดว่า:

    ตอบ การผสมวงดนตรีคือ การนำเครื่องดนตรีหลายอย่างมาบรรเลงรวมกัน ทำให้ เกิดจังหวะ และความไพเราะของเพลง จะต้องพิจรณาความกลมกลืนกันและไม่ดังกลบเสียงกัน จะต้องดูว่าเครื่องดนตรีอย่างไหนทำเสียงสุงๆ ต่ำๆ ได้หลายเสียงก็ให้บรรเลงทำนองอย่างไหนทำเสียงสุงต่ำหลายเสียงไม่ได้ก็ให้เป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ
    ตอบข้อ2 เราสามารถทำเป็นบอร์ดให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ แล้วเราสามารถนำไปใช้ในชีวิตได้นำไปประกอบอาชีพได้อีกด้วย

  29. 1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การประยุกต์ใช้สื่อประสมกว้างขวางมาก ตลาดของสื่อประสมจึงมีมาก เทคโนโลยีสื่อประสมสามารถประยุกต์ใช้งานในส่วนที่สำคัญหลายส่วน แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ ถ้าเรามีความเข้าใจเรื่องดนตรีแล้วสามารถนำไปใช้ในชีวตประจำวันได้ เช่น การประกอบอาชีพ

    ด.ญ. แสงดาว นายโมง เลขที่ 27 ม.2/4

  30. 1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การประสมวงดนตรี นั้นคือการนำเอาเครื่องดนตรีหลายๆชนิดมาทำทำนองหรือบรรเลงร่วมกันให้เกิดทำนองที่ความไพเราะเสนาะหูหรือสนุกสนาน ดังนั้นหลักในการประสมวงดนตรีก็คือความเหมาะสม

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ การนำมาใช้ในชีวิตประจำวันนั้นเราต้องมีความรุ้ความเข้าใจเป็นอย่างดี และสนใจในดนตรีเป็นอย่างมาก
    สามารถนำไปประกอบอาชีพได้

    ด.ญ. ปรายฟ้า นามจา เลขที่ 26 ม.2/1

  31. 1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การที่เราจะผสมวงดนตรีให้ไพเราะคือ เราต้องเลือกชนิดของเครื่องดนตรีที่เข้ากันได้เหมาะสมกับวง และสถานที่เล่นและต้องคำนึงถึงเสียงดนตรี เช่น เสียงสูง เสียงต่ำ เป้นต้น และไม่ดังกลบเสียงกัน ต้องฟังจังหวะซึ่งกันและกัน

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ สามารถนำไปเผยแพร่ได้ถ้ามีความรู้ในด้านนี้ และเพื่อให้คนรุ่นหลายได้ความรู้จากดนตรี

    ด.ช. ไพศิษฎ์ พรมพัฒน์ เลขที่ 4

  32. 1.นักเรียนคิดว่าต้องใช้หลักเกณฑ์ใดในการประสมวงดนตรีและนำไปใช้อย่างไร

    ตอบ การที่เราจะผสมวงดนตรีให้ไพเราะคือ เราต้องเลือกชนิดของเครื่องดนตรีที่เข้ากันได้เหมาะสมกับวง

    2.เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

    ตอบ การประยุกต์ทางด้านการศึกษา สามารถประยุกต์ได้กว้างขวาง ตั้งแต่การเรียนการสอน การสร้างสื่อ การใช้เป็นห้องสมุด การพิมพ์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

    ด.ช.หมอก จ๋อมคํา เลขที่ 4 ชั้น ม.2/3

  33. รุ่งรุจี นายก้อน เลขที่ 7 ชั้น ม2/1 พูดว่า:

    การผสมวงดนตรีไทย เครื่องดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่า ของไทยที่นิยมเล่นกันมาแต่โบราณนั้น บางอย่างก็นำมาใช่เล่นเดี่ยว (คือ บรรเลงคนเดียว)เช่น ซอและขลุ่ย แต่หลายอย่างใช้ในการเล่นผสมวง(คือเล่นรวมกันหลายคนและหลายเครื่อง) การเล่นผสมวงก็ผสมหลายอย่างหลายชนิด ต่อมาการจัดเครื่องดนตรีเข้าผสมวงและวิธีเล่นได้วิวัฒนาการมาโดยลำดับ แต่การเล่นผสมวงนั้นข้อสำคัญอยู่ที่การปรับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นให้เสียงประสานกลมกลืนเข้ากัน เกิดเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ มิใช่ต้องการแต่ให้มีคนเล่นมากและเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม ฟังแล้วหนวกหูไม่เป็นเสียงเพลง และฟังไม่ไพเราะการเล่นผสมวงของดนตรีหรือเครื่องดีดสีตีเป่าของไทยแต่โบราณ

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s